สำหรับศิลปิน และนักวาดที่กำลังวางแผนนำผลงานมาทำเป็นโปสการ์ดขาย นอกจากการเตรียมไฟล์ให้พร้อมแล้ว การเลือกกระดาษ และเทคนิคหลังพิมพ์ก็เป็นอีกส่วนที่ควรใส่ใจ เพราะมีผลต่อสี ผิวสัมผัส และภาพลักษณ์ของโปสการ์ด ไม่ว่าจะเป็นภาพสีน้ำ ภาพวาดดิจิทัล หรือภาพวาดในสไตล์อื่น ๆ ก็สามารถเลือกวัสดุให้เหมาะกับเอกลักษณ์ของภาพ ความชอบ และรูปแบบโปสการ์ดที่ต้องการนำไปขายได้ ซึ่งในบทความนี้เราจะพาไปดูว่ากระดาษแต่ละแบบเหมาะกับงานลักษณะไหน และมีเทคนิคหลังพิมพ์อะไรบ้างที่ช่วยเพิ่มมูลค่า และความโดดเด่นให้กับโปสการ์ด
เลือกกระดาษให้เหมาะกับสไตล์ภาพวาด
กระดาษแต่ละประเภทมีผิวสัมผัส และคุณสมบัติแตกต่างกัน ทำให้สี ภาพ และพื้นผิวของงานพิมพ์ออกมาในลักษณะที่ต่างกัน การเลือกกระดาษจึงขึ้นอยู่กับสไตล์ของภาพวาด รวมถึงความชอบ และรูปแบบของโปสการ์ดที่ต้องการ
- กระดาษอาร์ตการ์ด มีให้เลือกทั้งแบบอาร์ตมัน และอาร์ตด้าน เหมาะกับงานวาดดิจิทัล งานสีสดใส หรือภาพที่มีรายละเอียดมาก โดยสามารถเลือกผิวกระดาษให้เหมาะกับลักษณะของภาพได้
- กระดาษการ์ดขาว มีพื้นผิวเรียบ และมีความเงาน้อย เหมาะกับงานภาพวาดสไตล์มินิมอล ลายเส้น หรือภาพสเก็ตช์ที่ต้องการรูปลักษณ์เรียบง่าย
- กระดาษแฟนซี มีกระดาษหลายรูปแบบที่มีพื้นผิวแตกต่างกัน เช่น กระดาษที่มีพื้นผิวคล้ายกระดาษวาดเขียน สามารถใช้กับภาพสีน้ำ หรือภาพที่ต้องการให้พื้นผิวของกระดาษเข้ากับลักษณะของงาน
เทคนิคหลังพิมพ์ที่ช่วยเพิ่มรายละเอียดให้ชิ้นงาน
เทคนิคหลังพิมพ์สามารถนำมาใช้กับส่วนต่าง ๆ ของโปสการ์ด เพื่อเพิ่มรายละเอียดหรือสร้างลักษณะพื้นผิวให้แตกต่างจากงานพิมพ์ทั่วไป
- การเคลือบฟิล์ม ช่วยเพิ่มความแข็งแรง และปกป้องพื้นผิวของงานพิมพ์ โดยมีทั้งเคลือบด้าน ที่ช่วยลดแสงสะท้อน และให้พื้นผิวดูเรียบด้าน และเคลือบเงา ที่ช่วยเพิ่มความเงางาม ทำให้สี และภาพดูสดใส และโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
- การปั๊มฟอยล์ การใช้ความร้อน และแรงกดในการติดฟอยล์สีต่าง ๆ เช่น สีทอง สีเงิน หรือโรสโกลด์ ลงบนจุดที่ต้องการเน้น เช่น ลายเซ็นศิลปิน โลโก้ หรือลวดลายบางส่วนของภาพ
- การปั๊มนูน / ปั๊มจม การกดกระดาษให้เกิดมิติสูงขึ้น หรือต่ำลง มักใช้กับตัวอักษร โลโก้ หรือลวดลายบางส่วน เพื่อเพิ่มมิติ และความน่าสนใจให้ชิ้นงาน
- การตัดมุมมน การตัดโค้งบริเวณมุมกระดาษทั้ง 4 ด้าน ช่วยลดความคมของมุมเหลี่ยม และเปลี่ยนรูปแบบมุมกระดาษให้ดูนุ่มนวลขึ้น
จับคู่กระดาษ และงานหลังพิมพ์ให้เหมาะกับภาพวาด
การพิจารณากระดาษ และงานหลังพิมพ์ร่วมกัน สามารถช่วยให้เลือกสเปกที่สอดคล้องกับลักษณะของภาพ และรูปแบบของโปสการ์ดได้ เช่น
- ภาพสีสด และมีรายละเอียดมาก อาจเลือกกระดาษอาร์ตการ์ด และพิจารณาเคลือบเงาหากต้องการพื้นผิวที่มีความเงา หรือเลือกเคลือบด้านหากต้องการพื้นผิวที่มีความเงาน้อย
- ภาพโทนนุ่ม หรือสีไม่จัด สามารถเลือกกระดาษอาร์ตการ์ดผิวด้านได้ หากต้องการพื้นผิวที่ไม่เงามาก
- ภาพสีน้ำ อาจเลือกกระดาษที่มีพื้นผิว หรือเท็กซ์เจอร์ เพื่อให้เข้ากับลักษณะของภาพ และช่วยให้งานพิมพ์มีเอกลักษณ์มากขึ้น
- ภาพที่มีชื่อศิลปิน โลโก้ หรือลวดลายที่ต้องการเน้น สามารถเพิ่มเทคนิค เช่น ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน หรือปั๊มจมในบริเวณที่ต้องการ
- ภาพที่ต้องการให้ตัวภาพเป็นจุดเด่นหลัก อาจเลือกใช้กระดาษ และการเคลือบที่เหมาะกับภาพ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเทคนิคหลังพิมพ์เพิ่มเติม
ทดลองกระดาษ และงานหลังพิมพ์ก่อนผลิตจริง
สำหรับคนที่นำภาพวาดมาทำเป็นโปสการ์ดขาย การทดลองพิมพ์ตัวอย่างก่อนผลิตจำนวนมากช่วยให้เห็นว่างานพิมพ์จริงมีสี และรายละเอียดเป็นอย่างไรบนกระดาษ และงานหลังพิมพ์ที่เลือก เพราะสี และรายละเอียดของภาพบนหน้าจออาจให้ความรู้สึกแตกต่างจากงานพิมพ์บนกระดาษแต่ละชนิด หากมีภาพหลายสไตล์ เช่น ภาพสีน้ำ ภาพวาดดิจิทัล หรือภาพที่ใช้โทนสีเข้ม อาจทดลองบนกระดาษที่แตกต่างกัน แล้วเปรียบเทียบทั้ง สี พื้นผิว และลักษณะของชิ้นงาน ก่อนกำหนดสเปกสำหรับผลิตจริง
สรุป
การเลือกกระดาษ และเทคนิคหลังพิมพ์สำหรับโปสการ์ดจากภาพวาด ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว เพราะสามารถเลือกได้ตามสไตล์ของภาพ ความชอบ และภาพลักษณ์ของสินค้าที่ต้องการ กระดาษแต่ละชนิดให้สี และผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน ส่วนเทคนิคหลังพิมพ์ช่วยเพิ่มรายละเอียด มิติ และความโดดเด่นให้กับชิ้นงานได้ การทดลองพิมพ์ตัวอย่างก่อนผลิตจริงจึงช่วยให้เห็นว่าสีแ ละเทคนิคที่เลือกออกมาเป็นอย่างไรในงานพิมพ์จริง และช่วยให้เลือกสเปกที่เหมาะกับโปสการ์ดได้มากขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการผลิตโปสการ์ดเพื่อจำหน่าย M.I.W. Group ให้บริการพิมพ์โปสการ์ด และสินค้าสำหรับสายวาดแบบครบวงจร ทั้งสติกเกอร์ โปสเตอร์ และที่คั่นหนังสือ พร้อมให้คำแนะนำเรื่องชนิดกระดาษ ความหนา ขนาด และเทคนิคหลังพิมพ์ สามารถส่งรายละเอียด และไฟล์งานเพื่อประเมินราคาก่อนผลิตจริงได้ เพื่อให้ได้งานพิมพ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า และพร้อมนำไปจำหน่ายค่ะ