การที่ Fespa ประกาศความสำเร็จในการได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 20121:2024 สำหรับการจัดการกิจกรรมอย่างยั่งยืน และรายงานการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) แบบปีต่อปี ระหว่างกิจกรรมปี 2024 และ 2025 ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จเชิงองค์กร แต่สะท้อนให้เห็นถึงแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการพิมพ์ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการ SME และโรงพิมพ์ที่ต้องเผชิญกับข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่เข้มงวดขึ้น การนำหลักปฏิบัติของ การพิมพ์เพื่อความยั่งยืน มาใช้ไม่เพียงเป็นเรื่องของการปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน การลดต้นทุนการดำเนินงานระยะยาว และการดึงดูดแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
การยกระดับมาตรฐานและการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
การรับรอง ISO 20121:2024 ซึ่งต่อยอดจาก ISO 20121:2012 ที่ได้รับในปี 2025 ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Fespa ในการบริหารจัดการกิจกรรมอย่างยั่งยืน ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้เข้าร่วมงานและซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ การที่ Fespa สามารถลด CO2e ได้แบบปีต่อปีนั้น แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้แนวปฏิบัติที่วัดผลได้จริง ซึ่งหมายถึง:
- การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (LCA): แม้จะเป็นการจัดการอีเวนต์ แต่หลักการลด CO2e สะท้อนถึงการวิเคราะห์การใช้พลังงาน การขนส่งวัสดุ หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้วัสดุที่ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการเลือกใช้หมึกพิมพ์ (เช่น Soy-based ink, UV-LED curing ink ที่ใช้พลังงานน้อยกว่า) หรือวัสดุพิมพ์ (เช่น Recycled content paper, Bioplastics) ในโรงพิมพ์
- ประสิทธิภาพการผลิต: การลด CO2e มักเชื่อมโยงกับการปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร ทั้งในด้านพลังงานและการจัดการของเสีย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการลดต้นทุนต่อหน่วย (Cost Per Unit) สำหรับโรงพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงระบบการพิมพ์ Offset Lithography ให้ใช้พลังงานน้อยลง หรือการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องพิมพ์ Digital UV Inkjet เพื่อลดของเสียจากการตั้งค่า
- ความน่าเชื่อถือใน Supply Chain: สำหรับแบรนด์และ B2B decision-makers การที่ซัพพลายเออร์อย่าง Fespa แสดงออกถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ย่อมสร้างความเชื่อมั่นในห่วงโซ่อุปทานว่าผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบได้
การพัฒนาขีดความสามารถและเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรม การพิมพ์เพื่อความยั่งยืน
Fespa ไม่ได้เพียงแค่ลดผลกระทบของตนเอง แต่ยังลงทุนในการสร้างความรู้และเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรม สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ SME และโรงพิมพ์สามารถปรับตัวและแข่งขันได้:
- แหล่งข้อมูลและงานวิจัย: การเข้าถึงแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุพิมพ์ใหม่ๆ เช่น พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) สำหรับบรรจุภัณฑ์ หรือกระดาษรีไซเคิลที่มีคุณสมบัติเชิงโครงสร้าง (Rigidity, Tensile Strength) และคุณสมบัติการกั้น (Barrier Properties) ที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์ Flexography หรือ Gravure เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
- แนวทางการคำนวณคาร์บอนและการรับรอง: ข้อมูลเกี่ยวกับการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ (Carbon Footprint Calculation) เป็นหัวใจสำคัญในการทำรายงานความยั่งยืนสำหรับลูกค้า โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่ๆ ที่ต้องการข้อมูล Scope 3 emissions จากซัพพลายเออร์ นอกจากนี้ ความเข้าใจในระบบการรับรองต่างๆ เช่น FSC (สำหรับกระดาษ), Cradle to Cradle (สำหรับวัสดุ), หรือ ISO 14001 (ระบบจัดการสิ่งแวดล้อม) ช่วยให้ธุรกิจสามารถเลือกเส้นทางที่เหมาะสมและได้รับการยอมรับ
- คู่มือ “Understanding and Avoiding Greenwash”: ประเด็น Greenwash เป็นความเสี่ยงด้านชื่อเสียงที่รุนแรงสำหรับทั้งแบรนด์เจ้าของผลิตภัณฑ์และโรงพิมพ์ การพิมพ์ฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ที่อ้างอิงคุณสมบัติ “รีไซเคิล 100%” (100% Recyclable) โดยไม่มีหลักฐานหรือการอ้างอิงมาตรฐานที่ชัดเจน เช่น มาตรฐานการคัดแยกขยะรีไซเคิลของแต่ละประเทศ หรือความสามารถในการรีไซเคิลเชิงอุตสาหกรรม (Industrial Composting) เทียบกับการรีไซเคิลโดยผู้บริโภคทั่วไป อาจนำไปสู่การฟ้องร้องหรือความเสียหายต่อภาพลักษณ์ การทำความเข้าใจศัพท์เฉพาะ (Terminology) และการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสื่อสารกับลูกค้าและผู้บริโภค
มิติทางสังคมและการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรม
โครงการ Fespa Foundation และการสนับสนุนกิจกรรมเยาวชน สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งว่าความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่แค่สิ่งแวดล้อม แต่รวมถึงมิติทางสังคมด้วย การลงทุนในการศึกษาและพัฒนาบุคลากรเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมการพิมพ์
- การถ่ายทอดความรู้: การบริจาคทรัพยากรทางการศึกษาช่วยให้โรงเรียนในภูมิภาคต่างๆ เข้าถึงความรู้ด้านการพิมพ์ การออกแบบกราฟิก และการสื่อสารด้วยภาพ ซึ่งเป็นการบ่มเพาะบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางตั้งแต่เนิ่นๆ
- การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน: อุตสาหกรรมการพิมพ์ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนช่างพิมพ์ ช่างปรับเครื่อง (Machine Operator) และนักออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging Structural Designer) ที่มีคุณภาพ การดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าสู่อาชีพเหล่านี้ด้วยการนำเสนอโอกาสการเรียนรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การพิมพ์ 3D, การใช้ AI ในการออกแบบ Die-line หรือการบริหารจัดการสี Pantone Matching System (PMS) ในระบบ CMYK separation เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม
Editor’s Insight: โอกาสและความท้าทายสำหรับธุรกิจการพิมพ์
สำหรับธุรกิจการพิมพ์และ SME ในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงที่ Fespa กำลังผลักดันนี้เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย หากมองในเชิงต้นทุนต่อหน่วย การลงทุนในเทคโนโลยีและกระบวนการที่ยั่งยืนในระยะแรกอาจมีค่าใช้จ่ายสูง เช่น การเปลี่ยนผ่านไปสู่หมึกพิมพ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ หรือการติดตั้งระบบบำบัดของเสียที่มีประสิทธิภาพ แต่ในระยะยาวจะนำมาซึ่งการประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสีย และเพิ่มมูลค่าทางการตลาด สำหรับ SME ที่มีงบประมาณจำกัด การเริ่มต้นจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดของเสียจากขั้นตอนการผลิต (เช่น การลดการลองเครื่องพิมพ์ที่ต้องใช้กระดาษจำนวนมากก่อนการพิมพ์จริง หรือการจัดการสี CMYK separation ให้แม่นยำตั้งแต่ต้น) และการศึกษามาตรฐาน Greenwash เพื่อสื่อสารกับลูกค้าอย่างโปร่งใส คือก้าวแรกที่สำคัญ การนำเสนอโซลูชัน การพิมพ์เพื่อความยั่งยืน ที่จับต้องได้จะช่วยให้โรงพิมพ์ขนาดกลางสามารถสร้างความแตกต่างและแข่งขันในตลาดที่ต้องการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ที่มา: digitalprintermag.co.uk

