เทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์

การประกาศผลประกอบการประจำปี 2025 ของ Koenig & Bauer ที่แสดงถึงการเติบโตของรายได้และผลกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่เพียงสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ชั้นนำระดับโลกเท่านั้น หากแต่ยังส่งสัญญาณถึงแนวโน้มและทิศทางการลงทุนใน เทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ที่มีความสำคัญยิ่งต่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของโรงพิมพ์ ผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์ และแบรนด์สินค้าต่างๆ โดยเฉพาะในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง การที่ Koenig & Bauer สามารถสร้างกระแสเงินสดที่เป็นบวกและเพิ่มยอดคำสั่งซื้อได้ตั้งแต่ต้นปี 2026 ย่อมตอกย้ำถึงความสามารถในการปรับตัวและสร้างรากฐานที่มั่นคงเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมในอนาคต

ผลประกอบการ 2025: รากฐานสู่การลงทุนในเทคโนโลยีการพิมพ์ขั้นสูง

Koenig & Bauer ได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางธุรกิจด้วยรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.3 พันล้านยูโรในปี 2025 จาก 1.27 พันล้านยูโรในปี 2024 และที่สำคัญคือ EBIT จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว แตะ 36.6 ล้านยูโร จาก 15.3 ล้านยูโร ส่งผลให้อัตรากำไร EBIT อยู่ที่ 2.8% ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถสะสมเงินทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

  • รายได้รวม (Group Revenue): €1.3 พันล้านยูโร (เพิ่มขึ้นจาก €1.27 พันล้านยูโร)
  • EBIT จากการดำเนินงาน (Operating EBIT): €36.6 ล้านยูโร (เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจาก €15.3 ล้านยูโร)
  • อัตรากำไร EBIT (Operating EBIT Margin): 2.8%
  • กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow): €7.2 ล้านยูโร (เป็นบวก)
  • ยอดคำสั่งซื้อค้างส่ง (Order Backlog): €970.6 ล้านยูโร

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากผลงานที่แข็งแกร่งของทั้งสองกลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะกลุ่ม Paper & Packaging Sheetfed Systems ที่ทำรายได้ 741.5 ล้านยูโร และมี EBIT จากการดำเนินงาน 25.0 ล้านยูโร แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่มั่นคงในโซลูชันการพิมพ์แผ่นสำหรับบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกและสิ่งพิมพ์เชิงพาณิชย์ ขณะที่กลุ่ม Special & New Technologies ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 6.8% เป็น 596.0 ล้านยูโร และพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงาน 9.0 ล้านยูโร จากที่เคยขาดทุน 15.4 ล้านยูโร ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ บ่งชี้ว่าการลงทุนในเทคโนโลยีเฉพาะทางและนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การพิมพ์ดิจิทัล ระบบอิงค์เจ็ต UV หรือโซลูชันสำหรับฉลากและบรรจุภัณฑ์แบบพิเศษ เริ่มเห็นผลและมีศักยภาพในการสร้างการเติบโตในระยะยาว

กลยุทธ์ ‘IMPACT’: ทิศทางใหม่ในห่วงโซ่อุปทานการพิมพ์

Koenig & Bauer ได้เปิดตัวกรอบกลยุทธ์ใหม่ภายใต้ชื่อ ‘IMPACT’ ซึ่งมีเป้าหมายในการวางตำแหน่งบริษัทใหม่ในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีแบบบูรณาการ (integrated technology provider) กลยุทธ์นี้มุ่งเน้นใน 6 ด้าน ได้แก่ Intelligence, Go-to-market, People, Adaptability, Competitiveness และ Technology โดยมีเป้าหมายระยะกลางที่จะเพิ่มรายได้เป็น 1.5 พันล้านยูโร และอัตรากำไร EBITDA จากการดำเนินงานอย่างน้อย 8%

สำหรับโรงพิมพ์และผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์ การเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น “integrated technology provider” หมายถึงการที่ Koenig & Bauer จะไม่เป็นเพียงผู้ขายเครื่องจักรอีกต่อไป แต่จะเข้ามามีบทบาทในการนำเสนอโซลูชันที่ครบวงจรมากขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงระบบอัตโนมัติ (automation) ซอฟต์แวร์การจัดการการผลิต (MIS – Management Information Systems) และบริการหลังการขายที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ (predictive maintenance) การที่บริษัทเน้นด้าน Technology และ Competitiveness ในกรอบกลยุทธ์นี้ ชี้ให้เห็นถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดระยะเวลาการเซ็ตอัพ (make-ready time) ลดของเสีย (waste reduction) และรองรับการพิมพ์บนวัสดุที่หลากหลายขึ้น เช่น พลาสติกชีวภาพ หรือวัสดุรีไซเคิล ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตต่อหน่วย และความสามารถในการแข่งขันในตลาดสำหรับลูกค้าของ Koenig & Bauer

ความท้าทายและความยืดหยุ่นในยุค ‘New Normal’ ของอุตสาหกรรม

คำกล่าวของ Dr. Stephen Kimmich ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่ระบุว่า “ความผันผวนได้กลายเป็น ‘New Normal’ ไปแล้ว” สะท้อนความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สำหรับอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME การพึ่งพาซัพพลายเออร์ที่มีความมั่นคงทางการเงินและมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการรับมือกับความผันผวนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ยอดคำสั่งซื้อค้างส่งที่แข็งแกร่งที่ 970.6 ล้านยูโร และยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2026 ของ Koenig & Bauer แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาเสถียรภาพและส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้ตามกำหนด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดการห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์และแบรนด์สินค้า

การที่ Koenig & Bauer คาดการณ์ผลประกอบการปี 2026 ที่มั่นคง พร้อมเป้าหมาย EBITDA จากการดำเนินงานที่ 80 ล้านยูโร ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในแผนธุรกิจและการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาด การดำเนินงานที่มั่นคงเช่นนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ๆ และการขยายกำลังการผลิตได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความต่อเนื่องในการสนับสนุนด้านอะไหล่และบริการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพของงานพิมพ์ เช่น การควบคุมคุณภาพสีด้วยระบบ Pantone Matching System (PMS) ที่แม่นยำ หรือการจัดการโครงสร้าง Die-line ของบรรจุภัณฑ์ให้ได้ตามมาตรฐานที่ซับซ้อน

Editor’s Insight (เชิงวิเคราะห์และให้คำแนะนำ):
หากมองในเชิงต้นทุนต่อหน่วย (cost per unit) การที่ผู้ผลิตเครื่องจักรหลักอย่าง Koenig & Bauer มีความมั่นคงทางการเงิน ย่อมเอื้อต่อการลงทุน R&D ที่จะนำไปสู่เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดการใช้พลังงาน และลดของเสีย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการลดต้นทุนการผลิตระยะยาวสำหรับโรงพิมพ์ สำหรับ SME ที่มีงบประมาณจำกัด การเลือกใช้เครื่องจักรจากซัพพลายเออร์ที่แข็งแกร่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านการบำรุงรักษาและการจัดหาอะไหล่ในอนาคต อีกทั้งยังเปิดโอกาสในการเข้าถึง เทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ใหม่ๆ ที่อาจมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ต่ำลงในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายในการผลิต เช่น การพิมพ์ดิจิทัลที่สามารถตอบสนองความต้องการงานพิมพ์ล็อตเล็กและปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้รวดเร็ว ช่วยเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง

ที่มา: digitalprintermag.co.uk

krapalm

ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อยู่ในอุสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์มา 10 กว่าปี และคร่ำหวอดในวงการ Content Creation มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007

ด้วยพื้นฐานทางเทคโนโลยี (Programmer) ผสานกับความหลงไหลในงานออกแบบและบรรจุภัณฑ์ จึงเชี่ยวชาญในการถ่ายทอดความรู้เรื่องงานพิมพ์แบบเจาะลึก (Insight) ตั้งแต่เทคนิคการออกแบบกราฟิกเพื่อการพิมพ์, การตั้งค่าสี, การเลือกประเภทกระดาษ, โครงสร้างบรรจุภัณฑ์, สติกเกอร์, ตลอดจนสเปกโรงพิมพ์ที่ถูกต้อง เพื่อเป็นคู่คิดให้แก่กราฟิกดีไซเนอร์และผู้ประกอบการ SME ในการยกระดับแบรนด์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีคุณภาพ

ดูบทความทั้งหมด →